อนามัยโลกย้ำความเชื่อมั่นในวัคซีนแอสตราเซเนกา

องค์การอนามัยโลก กล่าวว่า การแจกจ่ายวัคซีนของแอสตราเซเนกา/ออกซฟอร์ด เพื่อป้องกันโรคโควิด-19 ควรดำเนินต่อไป เพราะประโยชน์จากการได้รับวัคซีน “มีมากกว่า” ความเสี่ยงของการเกิดผลข้างเคียง

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 18 มี.ค. ว่า นพ.ไมค์ ไรอัน ประธานโครงการฉุกเฉินด้านสาธารณสุขขององค์การอนามัยโลก ( ดับเบิลยูเอชโอ ) กล่าวเมื่อวันพุธว่า ประเทศที่กำลังใช้งานวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ของแอสตราเซเนกา/ออกซฟอร์ด ขอให้เดินหน้าการแจกจ่ายต่อไป
 
ดับเบิลยูเอชโอเชื่อว่า การฉีดวัคซีนดังกล่าวก่อให้เกิดประโยชน์ “ในระดับที่มากกว่า” ความเสี่ยงที่จะเกิดอาการไม่พึงประสงค์ อย่างไรก็ดี พญ.เคท โอไบรอัน หัวหน้าฝ่ายภูมิคุ้มกันของดับเบิลยูเอชโอ กล่าวว่า คณะกรรมการที่ปรึกษาด้านวัคซีนกำลังตรวจสอบอย่างละเอียด ว่าวัคซีนของแอสตราเซเนกา/ออกซฟอร์ด มีความเชื่อมโยงกับอาการไม่พึงประสงค์ระดับรุนแรง อาทิ ภาวะลิ่มเลือดอุดตัน หรือไม่

ทั้งนี้ ดับเบิลยูเอชโอประกาศเมื่อวันที่ 15 ก.พ. ที่ผ่านมา ขึ้นทะเบียนเพื่อการใช้งานเป็นกรณีฉุกเฉิน ให้กับวัคซีน “ADZ1222” หรือ “ChAdOx1 nCoV-19” ซึ่งสกัดจากอดิโนไวรัสของลิงชิมแปนซี  พัฒนาโดยบริษัทแอสตราเซเนการ่วมกับมหาวิทยาลัยออกซฟอร์ดของสหราชอาณาจักร ผลิตโดยบริษัทแอสตราเซเนกา-เอสเค ไบโอ ของเกาหลีใต้ และสถาบันเซรุ่มแห่งอินเดีย ถือเป็นผลิตภัณฑ์ด้านชีวภาพป้องกันโรคโควิด-19 รายการที่ 2 ซึ่งผ่านการอนุมัติจากดับเบิลยูเอชโอ ต่อจากการขึ้นทะเบียนวัคซีน “BNT162b2” หรือ “โคเมียร์นาตี” ที่บริษัทไฟเซอร์ของสหรัฐ พัฒนาร่วมกับบริษัทไบโอเอ็นเทคของเยอรมนี เมื่อเดือน ธ.ค.ปีที่แล้ว

Categories: News